**ผมเสียตังคืไป230บาทเพื่อทำแบบนี้ใช่มั๊ย**

  เกริ่นเรื่องกันก่อนด้วยที่ว่ากลุ่มผมสามคนที่มีลิมิตการกินแบบไม่จำกัด ดันเจือกมาเจอกัน มีเวลาว่างอีก4ชม.

"ทำไรดีวะ"

"หิวข้าวว่ะ"

"ชาบูชิมั๊ย"

"เอามั๊ยล่ะ"

"ก็ได้"

แล้วก็แห่กันไปชาบูชิเซ็นทรัลลาดพร้าวชั้นไต้ดิน

เริ่มแรกก็หาโต๊ะก่อน จุดประสงค์คือต้องการดักทุกอย่างที่มันหลุดมาจากครัว

เกริ่นสักนิด สำหรับผู้ไม่เคยกิน(เพราะผมก็เพิ่งรู้จักมันเมื่อ3เดือนที่แล้วเอง) ชาบูชิคล้ายๆลวกจิ้มเวอร์ชั่นอาหารมาตามสายพาน มีเวลาให้1ชม. มือใครยาวสาวได้สาวเอา หยิบให้มาก กินให้ไวเป็นใช้ได้

พอกลุ่มผมได้โต๊ะนั่งปุ๊บก็มีพนักงานมาสาธยายโปรโมชั่นพร้อมรายละเอียดการใช้บริการ คือน้ำซุปยังไม่มาเลยมันเริ่มหยิบกันแล้ว(จะรีบไปไหน)

 อีันนั้นยังแค่วีรกรรมแรก วีรกรรมต่อมา เนื่องจากนั่งติดกับครัว อะไรก็ตามที่มาจากครัวจะผ่านโต๊ะพวกผมก่อน พวกมันก็หยิบกันเต็มที่ และคือมันเล่นหยิบจานกุ้งทุกจานเลย จากโต๊ะผมไปจนกว่าจะถึงครัวจุดต่อไป ขาดแคลนกุ้งหมด เพราะมันไม่มีทางรอดโต๊ะผมไปได้แน่นอน ผ่านไปซัก20นาที มีพนักงานเดินมา สั่งกุ้งที่ครัว คือใครที่ขี้เกียจรอตามสายพานสามารถสั่งได้แต่เสียตังค์ ตอนแรกก็มีพนักงานมาส่งออเดอร์กุ้งแค่คนสองคน สักพักมาถี่ยิบเลยครับ คือแบบ ไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ตรงไหน

 พอกินไปได้สักครึ่งชม.มันก็เริ่มเล่นกัน ได้ไข่มาใบนึง ปกติมีหม้อ มีไข่ เราก็จะตอกใข่ใส่จาน เอาพวกเนื้อสัตว์มาใส่ คนๆๆ เทลงหม้อใช่มั๊ยครับ... ไอ้พวกนี้มันใส่ลงไปทั้งใบ มันจะทำไข่ลวกกัน(แล้วใครจะกินฟระ)

ต่อจากนั้นมันก็เริ่มหยิบซูชิอย่างบ้าคลั่ง(หลังจากพวกมันสร้างภูเขาหางกุ้งจนเบื่อแล้ว) คือบางครั้งเรากินซูชิก็ไม่ได้อยากกินข้่าวหรอก  อยากกินแต่หน้ามัน แล้วเอาข้าวไว้ไหนดี มันเทลงหม้อครับ แล้วคือผมกินอยู่ไง กินไปกินมามีแตงกวาลอยขึ้นมาด้วย(แล้วตรูก็ยังกินต่ออย่างมีความสุข อาเมน)

  สักพักมันก็เล่นกันต่อ หยิบลูกชิ้นที่เป็นรูปดาวมาลวก แล้วมาเลียงเป็นกลุ่มดาวลูกไก่ ทำได้อีก คือลูกชิ้น7ลูกเอ็งเลียงกันเสร็จ เอ็งต้องกำจัดทิ้งด้วยนะ คือถ้าลูกชิ้นเป็นข้าวมันคงเทลงหม้อไปแล้ว แต่นี่ต้องฝืนกิน

หลังจากนั้นมันก็เริ่มเอาของที่ปกติเค้าไม่เอามาลวกกันลงหม้อ ตัวอย่างเช่นไข่หวาน...

คือตอนนี้ไม่อยากอธิบายความเละเทะของหม้อแล้ว จบด้วยการลุกก่อนเวลา10นาที จ่ายเงิน แล้วเผ่นออกจากร้านให้เร็วที่สุด คือตอนจ่ายเงินผมเหลือบไปดูที่โต๊ะ พนักงานเก็บโต๊ะเค้าเก็บโต๊ะไปขำไป คือแทบอยากจะเป็นขอมดำดินขุบหลุมหนีไปเลย

สรุปว่าออกจากร้านอย่างสวสดิภาพครับ แล้วผมจะไม่ไปเยี่ยมร้านนั้นอีกนานเลย

**

ข่าวดีที่สุดของผมในปีนี้คงจะหนีไม่พ้นข่าวที่ว่าผมติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรแน่ๆ เมื่อติดมหาลัยเป็นน้องเฟรชชี่ปีหนึ่งก็คงหนีไม่พ้นการรับน้อง คณะวิศวะของผมนี่วันรับน้องนัดเจอกันตั้งแต่6โมงเช้าเลยครับ

ปรากฎว่าตื่นสายครับ ซวยแน่ๆ งานนี้ซวยแน่ๆ เข้าสู่โหมดแต่งตัวอย่างเร่งด่วน ไปถึงแบบทันเวลาพอดีเป๊ะ

ก็ไปต่อแถวลงทะเบียน แถวยาวสุดๆ พอลงทะเบียนสุดจะได้รับป้ายชื่อ โดยป้ายชื่อจะมี10แบบ เพื่อไว้แบ่งเฟรชชี่เป็นกลุ่ม ซึ่งเรียกว่าGe และจะมีGeต่างหากอีก3จี คือพวกเด็กโควต้า เด็กโยธา เด็กทรัพยากรน้ำ

 

เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ที่มีการย่อคำมากที่สุดในโลกแล้ว เวลารุ่นพี่เรียกGeทรัพยากรน้ำเค้าจะเรียกว่า"GEทรัพย์น้ำ(ซับน้ำ)" ถามจริง ปีหนึ่งมันจะรู้มั๊ย ซับน้ำคืออะไร ส่วนผมได้อยู่Gsixครับ

 

 GeSixมีกฎอยู่ว่า ต้องเรียกGeSix(Geป่วย(sick)) ห้ามเรียกGeหกเด็ดขาด เนื่องด้วยเหตุผลทางการค้(ใครอยากรู้ลองผวนคำดู)

 เอาวะ Gesixก็GeSixอย่างน้อยก้มีเพื่อนที่รู้จักกันอยู่  หลังจากคุยกับเพื่อนไปสักพักจึงได้รู้ความจริงที่ว่า

"เอ็งมาแปดโมงก็ยังทัน"

แล้วตรูจะตาลีตาเหลือกรีบมาทำซากอ้อยอะไรวะ

 หลังจากกิจกรรมเริ่มประมาณ30นาที ผมจึงได้รู้ว่า รุ่นพี่แต่ละคนเต้นกันได้สุดเหวี่ยง แบบพร้อมเพรียงกันและพลังงานเต็มร้อย ที่สำคัญ นิสิตเฟรชชี่อย่างผมต้องเต้นให้ได้อย่างนั้นด้วย โอ้แม่เจ้า เหนือ่ยขิง

 หลังจากฝึกท่าเต้นกันอย่างเมามันก็ได้เวลาแบ่งไปตามฐาน มีทั้งหมด14ฐานตามจำนวนสาขาวิชา ของผมฐานแรกก็เจอรุ่นพี่แกล้งเลย คือตรงที่ผมไปด้านหน้าผมจะมีผ้าปิดไว้ มองไม่เห้น แล้วมีควันธูปลอยออกมา รุ่นพี่ก็เริ่มPsycoรุ่นน้องเลย

"ฐานนี้ศักดิสิทธิ์มากๆนะ ห้ามเล่นเด็ดขาด ปิดตาไว้ ห้ามแอบดูเด็ดขาด ถ้าแอบดูจะเจอของ"

พี่เค้าก็ให้เอาผ้าปิดตา จับมือกับเพื่อนข้าง แล้วให้นั่งองๆลอดผ่านคล้ายๆอุโมงค์ไป บางที่มีให้ข้ามด้วย คือการปิดตาแล้วเดินข้ามสิ่งกีดขวางนี่เป็นสิ่งที่นรกที่สุด มีจังหวะนึงผมก้าวลงน้ำ นึกว่าเป็นแอ่งน้ำที่พี่เค้าเตรียมไว้ให้เปียก ที่ไหนได้ เป็นแค่ถังน้ำเล็กๆที่ผมยังเสือกเฟอะฟะก้าวลงไป พอเดินจนสุดระยะพี่ก็ให้นั่งลง ตรงที่ผมนั่งมีกลิ่นธูปตลบอบอวลไปหมดเลย แล้วพี่ก็ให้พนมมือ ท่องคาถาบูชาอะไรซักอย่าง พอท่องเสร็จ เอาผ้าออกเท่านั้นแหละ ศาลเจ้าพ่อเบียร์ช้างครับ เบียร์ช้างประมาณ10ขวดตั้งเรียงไว้ มีดอกไม้ธูปเทียนปักครบ รอบด้านมีรุ่นพี่ถือธูปคอยปล่อยควันธูปเพื่อสร้างบรรยากาศ แล้วที่ผมเดินผ่านมาทั้งหมดก็ไม่ใช่อุโมงคืครับ ที่โล่งๆนี่แหละ แล้วเอาไม้มาวางให้เป็นอุปสรรคพอเป็นพิธี อยากรู้จริงๆใครคิด

 

จบฐานแรกก็มาต่อฐานที่สอง มาถึงรุ่นพี่แกก็เริ่มเลย

"ใครใส่เสื้อร.ด.ออกมา"

คือพวกที่ติดโควต้าจะได้รับเมล์จากรุ่นพี่ให้ใส่เสื้อร.ด.มาเพราะมันจะเละแต่จริงๆแล้วมันคือความดิบเถื่อนของรุ่นพี่ที่อยากเห็นน้องๆโดนทารุณกรรม

"เสื้อเขียวออกมาด้วย พวกรักเกษตร"

อ้าว ซวยสิ ตรูเสื้อกใส่สีเขียวมา ก็ออกไป

พี่แกก็มีอุโมงค์เล็กๆให้ ข้างในเต็มไปด้วยน้ำ ด้านบนเต็มไปด้วยรุ่นพี่ที่พยายามโรยแป้งลงไป  ให้พวกผมมุดเข้าไป พอมุดเข้าไปถึงได้รู้ว่าข้างในนั้นไมไ่ด้มีแต่น้ำอย่างเดียว มีเส้นขนมจีนด้วยว่ะครับ บอกได้คำเดียวว่าเละ พอคลานออกมาอีกทางมีรุ่นพี่เอาดินสอพองป้ายหน้า และเอาแป้งขยี้หัว แป้งจริงๆครับ แป้งเด็กแคร์ด้วย พี่แกหน้าตาสะใจมาก เอาแป้งขยี้หัวคนอื่นเนี่ย ยิ่งพอหัวโดนน้ำแล้วแป้งมันจะเกาะเหนียวติดผมเลย ทรงผมของผมยังกะโงกุนเลย ชี้โด่ชี้เด่ไปคนละทาง หลังจากทำพิธีคลุกแป้งเสร็จแล้วก็เต้นอีกแล้ว ชอบเพลงนี้มาก

คุณปู่คิตะ คิตะ

อยู่บนเขาคิขุ คิขุ

มีเวทย์มนตร์กุรุ กุรุ

อยู่บนเขาคิขุ คิขุ

คือคุณปู่คิตะ คิตะ

มีเพื่อนผมคนนึงที่อยู่คนละGeบอกว่าของเค้าต้องนอนหงายหน้าขึ้น แล้วคลานผ่านดงขนมจีน หากใครเรียนร.ด.ให้นึกถึงตอนฝึกเข้าตี  แต่แทนที่จะคลานลอดรวดหนามเปลี่ยนเป็นคลานลอดดงขนมจีนแทน

 

ฐานต่อไปยังเต็มไปด้วยความป่าเถื่อนเช่นเดิม ถานนี้ให้คลานผ่านดงรุ่นพี่ที่พยายามคลุกแป้งเด็กแครืใส่ผมอย่างบ้าคลั่ง หลังจากนั้นก็เอาน้ำสาดอีกที ผมกลายเป็นหมูชุบแป้งทอดไปแล้วครับ คือแต่ละฐานพอทำกิจกรรมเสร็จแล้วรุ่นพี่จะแจกRC ซึ่งฐานนี้แจกRCได้วาบหวิวที่สุด หลังจากรุ่นพี่สอดส่ายสายตาคัดเลือก"เฟรชชี่ผู้โชคร้าย"ได้หนึ่งคน คุณสมบัติ เป็นตุ๊ดและลีลาสุดเหวี่ยง วิธีให้RCของฐานนี้คือให้เฟรชชี่ผู้โชคร้ายใช้ปากกาเมจิกเขียนRCลงบนตัวของ"รุ่นพี่ผู้โชคร้าย" ที่สำคัญคือเมจิกมันไม่ค่อยติด ต้องลากซ้ำไปซ้ำมา บรื๋ออ สยิวกิ้ว

 

สองฐานถัดไปไม่มีอะไรมาก มีแค่รุ่นพี่โรคจิตเอาน้ำเย็นสาดใส่น้อง ซึ่งเราจะไม่พูดถึง

 

 ฐานนี้ผมชอบมาก ไอเดียดีมาก คือทีเกษตรนี่มีเวทีมวยด้วย ด้านล่างเวทีมวยจะเป็นเสาเยอะๆ พวกรุ่นพี่ก็เอาถุงดำมาปิดตามเสากั้นเป็นทางเดินลอดเวทีมวยให้เป็นเขาวงกต แนวมาก โดยคนที่มุดไปเป็นคนแรกๆคือรุ่นพี่ แล้วรุ่นน้องจะเข้าไปทีหลัง ซึ่งจะมีการกรี๊ดสร้างสถานการณ์โดยรุ่นพี่เป็นระยะๆ เพื่อความตื่นเต้น พอมุดออกมาก็โดนโปะแป้งอีกแล้ว(เมื่อไหร่จะพอวะครับ) หลังจากนั้นมีเกมให้เล่น เกมนี้แนวมาก ชื่อเกมว่าAC:DC คือไฟฟ้ากระแสตรงกับกระแสสลับ(ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นวิศวะไฟฟ้าทำแน่ๆ) เกมนี้เล่นโดยให้ยืนล้อมเป็นวงกลมแล้วจับมือกันไว้ ถ้าพี่เค้าบอกว่าDC(กระแสตรง)ให้ชูมือขึ้นทั้งสองข้าง ถ้าพูดว่าAC(กระแสสลับ)ให้ยกมือขึ้นแค่ข้างเดียว คราวนี้มันจะมีเรื่องแล้วครับ เนื่องจากมากคน มากมือ หายนะจึงมักจะเกิดกับผู้อ่อนแอกว่า ไม่สามารถสู้แรงเพื่อนได้ กลายเป็นจุดบรรจบของการยกมือที่ขัดแย้งกันสองทาง มันจะกลายเป็นคนที่เอามือลงทั้งสองข้างหรือไม่ก็กลายเป็นคนที่เอามือขึ้นทั้งสองข้าง จุดจบของคนพวกนี้คือการออกไปเต้นบ้าๆบอๆตามที่พี่เค้าสั่ง

 

 หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรน่าสนใจจนจบงาน แต่เพลงเชียร์ของวิศวะแต่ละเพลง แรงมาก ไม่ขอนำเสนอนะครับ แล้วก็ข้าวกลางวันอน่อยมาก แม้จะเป็นข้าวกล่อง แต่ให้เยอะและอร่อยจริงๆ รุ่นพี่ก็ใจดีและเป็นกันเองมากๆ รับน้องครั้งนี้ถือว่าค่อนข้างประทับใจเลย

 

 

P.S.เต้นเยอะมากกก ตื่นมาปวดไปหมดทั้งตัวเลย

 

o.OSnookerMaNO.o View my profile